รีวิว Apollo 10½ A Space Age Childhood

  ภายหลังที่ชอบหมกมุ่สำหรับในการทำหนังด้วยกระบวนการที่ประณีต “ริชาร์ด ลินเคลเตอร์” ผู้กำกับที่ได้สมญานามว่าเป็น ‘เจ้าพ่อหนัง Coming-Of Age ที่กลับมาอีกรอบด้วยหนังแนวที่เขาถนัดอย่างดีเยี่ยมใน “Apollo 10½: A Space Age Childhood” (อะพอลโล 10½: วัยเด็กสมัยอวกาศ) ที่ยังคงมากับคอนเซ็ปต์การเจริญเติบโตในตอนวัยเด็ก ที่ครั้งที่ปรับต้นแบบมาเป็นหนังแอนิเมชั่นด้วยแนวทางโรโตสวัวป ที่แอบแฝงไปด้วยเรื่องราวแล้วก็นาทีประวัติศาสตร์ของโลก Apollo 10 ½: A Space Age Childhood เล่าราวของการลงหยุดบนพระจันทร์เป็นครั้งแรก เมื่อกลางปี 1969 จากสองมุมมองที่มีความเกี่ยวข้องกัน พวกเราจะได้เห็นภาพการบรรลุเป้าหมายครั้งยิ่งใหญ่นี้ผ่านสายตาของนักบินอวกาศกับศูนย์ควบคุมภารกิจ และก็เด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในเมืององค์การอนามัยโลกสตัน เมืองเทกซัส ผู้มีความต้องการเกี่ยวกับเรื่องราวในอวกาศ รวมทั้งนี่ก็แปลงเป็นอีกหนึ่งผลงานอันสวยงามของ ริชาร์ด ลินเคลเตอร์ อีกหัวข้อ เขาสร้างผลงานชิ้นนี้มาจากบทหนังที่มาจากแนวความคิดรวมทั้งไอเดียของตนเองที่จับเอามาจากประสบการณ์ในอดีตกาลที่เป็นเด็กเติบโตมาจากเมืองฮุสตัน เมืองเท็กซัส ที่ไตร่ตรองออกมาได้อย่างแยบคายพอได้ จากข้อมูลทราบดีว่าเขาผุดไอเดียของหนังประเด็นนี้มาเมื่อเกือบจะ 20 ปีที่ผ่านมา แม้กระนั้นยังไม่มีช่องทางได้สืบต่อ เมื่อได้โอกาสที่ดีเขาก็เลยเริ่มเขียนบทอย่างเป็นจริงเป็นจังแล้วก็ฝ่างานในทันที แรกเริ่มนั้น ริชาร์ด ลินเคลเตอร์ ตั้งมั่นจะสร้างภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นหนังฉบับคนแสดงตามเดิม แต่ว่าปรากฏว่าในเวลาถัดมาเขาได้เปลี่ยนแปลงแผนรวมทั้งตกลงใจทำออกมาเป็นต้นแบบหนังการ์ตูน ที่ได้รับแรงดลใจมาจากพวกการ์ตูนรุ่งเช้าวันเสาร์ที่พวกเขาเคยมองตอนเด็กๆด้วยการใช้เคล็ดลับโรโตสวัวป (rotoscoping) เป็นการวาดรูปตามต้นฉบับฟิล์มถ่ายรูปต่อเฟรมเพื่อสร้างความสมจริงสมจัง โดยหนังเล็กน้อยมีการแสดงในต้นแบบไลฟ์แอคชั่นเอาไว้ การเล่าเรื่องของหนัง Apollo 10 ½: A Space Age Childhood เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ที่เข้าถึงได้อย่างง่ายๆเลย ด้วยเหตุว่าคุณจะเชื่อตามไปกับเรื่องเล่าในสมัยก่อนแล้วก็สถานะการณ์ทางประวัติศาสตร์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในตอนสมัยปี 1960s จะต้องเห็นด้วยเลยว่าหนังหัวข้อนี้มีการเกริ่นที่ออกจะยาวยืด แต่ว่าแปลงเป็นจุดที่น่าดึงดูดและไม่น่าระอาเลย หนังใส่เกร็ดบางส่วนเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในสังคมสมัยนั้นเข้ามาได้อย่างพอดี ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสเรื่องเล่าในสมัยก่อนผ่านไปครึ่งเรื่องโดยไม่ทันรู้ตัว

แนะนำหนัง The Bubble (2022)

  ถึงแม้ว่าสิ่งที่ The Bubble แออัดยัดเยียดรวมทั้งใส่เข้ามานั้นจะเยอะแยะเยอะไปหมด แต่ว่ามันเปลี่ยนเป็นความเยอะแยะและก็ความล้นที่ยังเป็นความเพลิดเพลินได้อยู่บ้าง คอนเซ็ปต์ของหนัง คลีฟบีสต์ 6 ที่ใช้เป็นเบื้องหลังของหนังหัวข้อนี้ มีส่วนผสมที่เสียดสีจิกกิดระบบของหนังแฟรนไชส์หลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Jurassic World, Star Wars หรือ หนังในจักรวาลมาร์เวล เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีอะไรให้บอกใส่ได้ไม่ยั้ง ถึงแม้มุกขบขันใน The Bubble จะมีนานัปการต้นแบบ อีกทั้งตลกขบขันแสบสันต์ไปจนกระทั่งขบขันอัปรีย์ แต่ว่าหลายมุกก็ทำให้พวกเรารู้สึกว้าวแล้วก็ชะงักในขณะเดียวกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นพวกมุกเสียดสีเกี่ยวกับวัววิด-19 ที่ใส่เข้ามาได้ตรงแล้วก็จึกทุกหัวข้อที่ชาวโลกได้สัมผัสกันมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกักกันโรค การตรวจค้นเชื้อ และก็การทำงานแบบ New Normal ถือได้ว่าเป็นข้อความสำคัญที่เข้ายุคเข้ายุคอย่างดีเยี่ยม ดูหนังออนไลน์มาใหม่ กลุ่มดาราหนังของหนังหัวข้อนี้ก็จัดว่าเด็ดมาก ทุกคนเป็นดารามือโปรจริงๆไม่ว่าจะเป็น “ติดอยู่เรน กิลเลน“, “เปโดร ขว้างสค้างล”, “คีแกน–ไมเคิล คีย์“, “เลสีลย์ มานน์”, “เดวิด มองคอฟนี” รวมทั้ง “ไอริส แอพะทาว” นี่ยังไม่รวมเหล่าดารารับเชิญอีกเยอะ ที่โผล่เข้ามาคนละซีนมาเป็นสีสันให้กับหนังหัวข้อนี้ ถือว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสีสันแบบจุกๆอย่างยิ่งจริงๆ ถึงในรูปภาพรวมแล้วนั้น The Bubble จะเป็นหนังที่สะเปะสะปะไม่น้อย แม้กระนั้นพวกเขาก็มีหลักสำคัญที่ค่อนข้างจะแจ่มชัดแล้วก็รู้จักสิ่งที่มีความต้องการติดต่อสื่อสารอย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ในช่วงท้ายของหนังจะค่อนข้างจะบียอนด์ไปสักนิดสักหน่อย บางทีก็อาจจะมองเลอะเทอะไปสักนิดสักหน่อย แต่ว่าหนังก็ยังคงก้าวถัดไปได้เรื่อยแล้วก็สามารถหักเลี้ยวมาปิดจบได้อย่างพอดีแบบน่าแปลก โดยภาพรวมแล้ว The Bubble ก็ไม่ใช่หนังที่ดีแล้วก็เพอร์เฟคอะไร แม้กระนั้นก็ไม่ถึงกลายเป็นที่ตกต่ำน่าเกลียดอะไรขนาดนั้น เป็นหนังที่ยังมาสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ ดาราทุ่มเทกับหน้าที่ของพวกเขาแบบสุดขั้วในประเภทที่ไม่เคนมองเห็นมาก่อนด้วย ในเวลาที่ จัดด์ แอพะทาว ก็ยังคงเส้นคงจะวากับสไตล์กระบวนการทำหนังของเขา ถึงแม้ดีกรีความสามารถจะลดหลั่งลงไปบ้าง แต่ว่าก็ยังรักษามาตรฐานภาพยนตร์ตลกของเขาเอาไว้เจริญน่าพึงพอใจอยู่

หนังมาใหม่ Love Like the Falling Petals (2022) ใบไม้ผลิที่ไม่มีเธอเป็นซากุระ

  เป็นหนังที่เหมาะสมกับระยะเวลานี้จริงๆเนื่องจากว่าเป็นช่วงๆที่สายหนาวเบาๆเลือนหายไป และก็ดอกไม้กำลังจะบานเบิกบานใจขึ้นอีกรอบ เหมือนกับ ดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นก็กำลังจะมีดอกสวยสดงดงามน่าอัศจรรย์งานในช่วงนี้ นี่จุดเป็นจังหวะที่สมควรที่กำลังจะได้ดูหนังรัก “Love Like the Falling Petals” (ใบไม้ผลิที่ไม่มีคุณเป็นซากุระ) ที่มาพร้อมทั้งความรักหวานๆความเกี่ยวเนื่องเนิบๆเป็นสไตล์หนังรักดราม่าช้าๆแบบประเทศญี่ปุ่น Love Like the Falling Petals เกิดเรื่องราวของ ฮารุโตะ อาซะกุระ หลงรักกับสาวช่างแต่งผม ไม่ซากิ อาริอะเกะ ตั้งแต่ทีแรกเจอ ทำให้เขาเก็บความกล้าหาญ…ที่จะเชื้อเชิญคุณออกเดต แต่ว่าปรากฏว่ากรรไกรได้ตัดฉับเข้าที่เข้าทางใบหูของเขาในบัดดล! ไม่ซากิตั้งใจจริงตั้งอกตั้งใจที่ต้องการจะบรรลุความสำเร็จในอาชีพช่างเสริมสวย แม้กระนั้นเวลาที่ฮารุโตะที่แทบจะทิ้งความฝันการเป็นช่างถ่ายภาพอาชีพไป แต่ว่าคุณมาช่วยเติมเต็มแล้วก็ทำให้เขาไขว่คว้าฝันอีกรอบ แม้กระนั้นปราฏว่าคุณถูกวิเคราะห์เป็นโรคแก่ก่อนวัยอันควรจะ เนื่องจากอายุและก็ตอนวัยของคุณจะรีบสปีดเร็วกว่าคนธรรมดาถึง 10 เท่า หนังประเด็นนี้ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาจากนิยายรักประเทศญี่ปุ่นขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าที่มีชื่อเดียวกันของ “เคอิซุเกะ อูยามะ” โดยได้ผู้กำกับหนังฟีลกู้ด “โยชิฮิโระ ฟูกะงะวะ” (จาก Finding Calico กลับไปอยู่บ้านเถิดนะ…เจ้าเหมียว) ที่มาในคราวนี้ยังคงถ่ายทอดด้วยความเป็นหนังดราม่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จฉบับประเทศญี่ปุ่นโดยแท้จริง หนังมีมุมกล้องถ่ายภาพแล้วก็มุมภาพที่บาดใจ การใช้สีธรรมชาติเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนประกอบอารมณ์ของหนัง นับว่าทำออกมาได้ออกจะดี และก็ช่วยบิ้วท์อารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงกระนั้นกลับโชคร้ายที่ตัวหนังในรูปภาพรวมแล้ว ยังไม่ค่อยน่าสนใจดวงใจแล้วก็บีบคาดคั้นอารมณ์ผู้ชมได้สักเท่าไหร่ เพราะว่าความจำเจของหนังที่ราวกับจะพากเพียรอย่างมากที่จะเรียกน้ำตาจากผู้ชมให้ได้ เปลี่ยนเป็นการคะเนคั้นอารมณ์ที่ทำออกมาได้ยังไม่สุดทาง แล้วก็ความเนิบช้ารวมทั้งยาวย้วยของตัวหนังก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รอบ่อนทำลายอารมณ์ทั้งหมดทั้งปวงไปด้วย หนังสามารถกระชับได้มากกว่านี้ด้วย แต่ลากยาวมาเป็นหนัง 2 ชั่วโมงที่ผู้ชมเกือบจะใจจะขาด

หนังแนะนำ Fast & Feel Love (2022) เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ

  ‘เกา’ แชมป์ Sport Stacking วัย 30 ผู้ครอบครองมือพระผู้เป็นเจ้า 4.7 วินาที อันเป็นความเร็วที่ไวที่สุดในโลก เขาเป็นแผนการที่นักเล่นสแต็คทั้งโลกต่างมาท้าทายเล่นเพื่อล้มแชมป์ สำหรับเพื่อการชิงชัยครั้งใหญ่ครั้งสำคัญในปีนี้ ศัตรูตัวฉกาจของเขาไม่ใช่ ‘เอ็ดเวิร์ด’ นักเล่นลึกลับจากแดนนรก แม้กระนั้นเป็นการนั่งทำความเข้าใจเรื่องภาษีรายได้บุคคลปกติใหม่หมด เสียเวล่ำเวลากับการต่อทะเบียนรถยนต์ การยืนงงเต็กกับรอยเปื้อนซอสบนเสื้อผ้าที่ซักไม่ออก ยืนเครียดเพราะว่าปั๊มน้ำดังแบบไม่มีมูลเหตุ ก้มเก็บขี้จิ้งจกที่ตกอยู่ตามประจำถิ่น มึนกับโปรโมชันบัตรเครดิต ช็อกที่งูเข้าบ้านไม่ทราบทำยังไง รวมทั้งเรื่องฯลฯในชีวิตประจำวันที่เขาไม่เคยจำเป็นต้องพบ เพราะว่าก่อนหน้านี้ เขามี ‘เจ’ แฟนสาวของเขาจัดแจงให้อยู่เสมอ แม้กระนั้นคุณกำลังจะไม่จัดแจงให้อีกต่อไป เพราะว่าคุณก็มีภารกิจใหม่ที่จำเป็นต้องรีบทำให้เสร็จไม่แพ้กัน ศึกคราวนี้ก็เลยยิ่งใหญ่นัก เหมือนหนึ่งกางทแมนที่อัลเฟรดขอลาออก เทวดาในโลก Sport Stacking ก็เลยถูกชีวิตในโลกเรื่องจริงผลักสปีดให้ช้าลง เรื่องง่ายๆของคนธรรมดาทั่วไปแปลงเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตเกา | เข้าฉาย 6 ม.ย. 2022 (ไทย – ในโรงหนัง) Fast & Feel Love เร็วโหดเหี้ยม..ราวกับโกรธคุณ ภาพยนตร์แอ็กชันในชีวิตประจำวันที่พนันด้วยความเร็วแล้วก็ความรักจากผู้กำกับ เต๋อ-นวพล ทรงรัตนฤทธิ์ ปลดปล่อยภาพโปรโมตชุดใหม่พร้อมเรื่องย่ออย่างเป็นทางการ โดยภาพยนตร์มีระบุเข้าฉายวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้ ในโรงหนัง ภาพยนตร์จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ เกา (นัท-ณัฏฐ์ ธุระจริต) แชมป์ Sport Stacking วัย 30 ปี ที่จะจำต้องลงแข่งขันในแมตช์ครั้งสำคัญ โดยมีคู่ปรปักษ์วัยเด็กจากทั้งโลกหมายจะล้มล้างเขา ไม่เพียงเท่านั้น เขาจำเป็นต้องทำเวลาให้ไวกว่า 4.6 วินาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่ที่ผู้ท้าแข่งลึกลับคนหนึ่งทำไว้ เมื่อก่อนที่เกาจะเริ่มการฝึกฝนสุดชั่วร้าย เขากลับจะต้องเจอหน้ากับปัญหาในชีวิตประจำวันที่เข้ามาขวางทางที่แชมป์ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำเสียที่ยังมิได้เรียกช่างมาซ่อมแซม จดหมายเรียกเก็บภาษีย้อนไปจากสรรพากรที่ยังมิได้ไปจัดแจง ใบอนุญาตขับขี่ที่ยังมิได้ยืดอายุมายาวนานหลายเดือน ไปจนกระทั่ง เจ (ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์) แฟนสาวที่จู่ๆก็ดันมาบอกเลิก สำหรับ Fast & Feel Love เต๋อได้จับนำ ‘กีฬาสแต็ก’ หรือการแข่งขันชิงชัยเรียงแก้วสแต็ก มานำเสนอผ่านเรื่องราวชีวิตประจำวันของคนภายในวัย 30+ ที่ส่งผลต่อความเร็ว ความฝัน และก็ความรัก แล้วก็ตีบวกความน่าดึงดูดใจด้วยการใส่ฉากล้อเลียนภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์เข้ามาอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Taken (2008), The Dark Knight (2008), 4KINGS (2021) รวมทั้งอีกเยอะมากที่พวกเราจำเป็นต้องไปติดตามกันว่ากล่าวเต๋อจะใส่ฉากล้อเลียนจากภาพยนตร์เรื่องไหนมาให้พวกเราได้ดูอีกบ้าง ภาพยนตร์จะได้กองทัพผู้แสดงมากมายความสามารถมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว นำโดย นัท-ณัฏฐ์ ธุระจริต จาก App War แอปชนแอป (2018) รวมทั้ง 4KINGS ที่จะสวมบทเป็น เกา แชมป์กีฬาสแต็กวัย 30 ปี และก็ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ จาก น้อง.พี่.หวานใจ (2018) ในหน้าที่ของ เจ แฟนสาวของเกาที่จู่ๆก็ตกลงใจเลิกกับเขา…

แนะนำหนัง Black Crab (2022)

  มาถึงคิวของหนังแอคชั่นตื่นเต้นกึ่งกลางภัยการรบ ผลงานปัจจุบันจากเชื้อชาติประเทศสวีเดน ที่แน่ๆว่ามองเห็นแม่สาวนักสู้ “นูไม่ ราเพซ” ก็คือเครื่องหมายของความมันส์ นี่เป็น “Black Crab” หนังที่ปรับเปลี่ยนสร้างจากนิยายขายดิบขายดีของเขตแดน ที่เอามาปูพรมเป็นหนังภารกิจลับทางด้านการทหาร ท่ามกลางอุณหภูมิสภาพภูมิอากาศที่หนาวติดลบ หากว่าหนังจะยังมีส่วนประกอบนิดหน่อยที่ขาดๆเกินๆกระจัดกระจายไปอยู่ทั้งยังเรื่องก็ตาม Black Crab เกิดเรื่องราวในโลกข้างหลังหายนะที่ถูกทำลายด้วยการศึก ท่ามกลางหน้าหนาวอันนานและก็ทารุณโหดร้าย ทหาร 6 นายเริ่มปฏิบัติหน้าที่ลับทั่วหมู่เกาะน้ำแข็ง แล้วก็เสี่ยงอันตรายเพื่อขนส่งพัสดุภัณฑ์ลึกลับที่บางทีอาจช่วยจบการสู้รบ และก็เมื่อเข้าไปในดินแดนของศัตรู ก็ไม่บางทีอาจทราบได้ว่าเป็นอันตรายอะไรรออยู่ด้านหน้า แล้วก็แม้มีผู้ใดกันอยู่ตรงนั้น ก็ไม่ทราบว่าจะเชื่อใจได้หรือเปล่า แม้กระนั้นสำหรับนักสเก็ตน้ำแข็งที่ผันตัวมาเป็นทหารอย่าง ติดอยู่โรลิน เอียดห์ ภารกิจนี้เปลี่ยนไปเกิดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับภารกิจจริงเลย หนังได้ผลสำเร็จการงานควบคุมรวมทั้งดัดแปลงแก้ไขเขียนบทโดย “อดัม เบิร์จ” ที่ถือว่าเป็นผลงานการผลิตหนังใหญ่เรื่องแรกของเขา ภายหลังที่สั่งสมประสบการณ์จากการควบคุมหนังสั้นรวมทั้งมิวสิควิดีโอที่ประเทศสวีเดนจำนวนไม่น้อยงาน หนังได้แรงจูงใจมาจากนิยายของ “ยาเกอร์ วืดโบร์ก” ที่ถือว่าเป็นงานประพันธ์ชิ้นมาสเตอร์พีชของเขา ที่จะต้องสารภาพว่าคอนเซ็ปต์อะไรต่างๆออกจะน่าดึงดูด ก็แค่สำหรับในการให้รายละเอียดต่างๆในหนังนั้น ยังไม่สามารถที่จะขยายเรื่องราวได้ไม่ดีพอเพียงรวมทั้งแปลงเป็นความไม่หนักเพียงพอ แน่ๆว่า Black Crab ก็คือหนังภารกิจลับด้านการทหารที่เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆหนังราวกับจะฟอร์มใหญ่ แม้กระนั้นเมื่อไตร่ตรองดูดีๆก็ไม่ใหญ่สักเท่าไหร่ เพราจุดโฟกัสสำคัญๆที่กรุ๊ปทหารในภารกิจกับเหตุการณ์ต่างๆของพวกเขาเพียงเท่านั้น ที่ช่วยเพิ่มแรงกดดันภายใต้เหตุต่างๆได้ดิบได้ดี เปลี่ยนเป็นการที่น่าติดตามและก็รอลุ้นระทึกได้เรื่อยตลอดทั้งเรื่อง แต่ว่าโชคร้ายที่มันยังมิได้สร้างแรงกระตุ้นแล้วก็ความพอใจพอเพียง ดูหนังออนไลน์

ตัวอย่างหนัง The Adam Project (2022) ย้อนเวลาหาอดัม

  เป็นหนังที่รู้สึกได้ว่าไม่ต้องมุ่งมาดอะไรก็ได้ เพราะว่ามันคงจะตอบปัญหาผู้ชมก้าวหน้า เนื่องจากนี่เป็นการกลับมาประสานมือกันอีกรอบของ “ไรอัน เรย์โนลด์ส” กับผู้กำกับ “ชอว์น เลวี่” ที่พวกเขาเพิ่งผนึกกำลังความปังมาหมาดๆใน “Free Guy” แล้วก็เขาทั้งสองก็มาปลุกปั้นโครงงานใหม่อีกรอบใน “The Adam Project” (ย้อนเวลาหาอดัม) หนังแอคชั่นเสี่ยงอันตรายไซไฟเกี่ยวกับการเดินทางผ่านในตอนที่เหนือจินตนาการ ถึงแม้พล็อตเรื่องจะมาในแนวสูตรสำเร็จที่ไม่ต้องคิดมาก แม้กระนั้นก็สนุกสนานเพลิดเพลินก้าวหน้าทั้งยังเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพียงแค่กลุ่มดาราหนังก็เอาอยู่! The Adam Project เกิดเรื่องราวของ อดัม รี้ด เด็กผู้ชายวัย 12 ที่เพิ่งเจอหน้ากับการสิ้นไปบิดาที่เพิ่งจะจากไป แม้กระนั้นปรากฏว่าเขาได้เจอกับชายปัญหาในชุดนักปัญหาโผล่มาอยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้าน เขามีท่วงท่ารู้จักกับบ้านและก็ตัวเขาอย่างดีเยี่ยม ก่อนที่จะพบว่าชายคนซึ่งก็คือเขาที่เดินทางผ่านเวลามาจากอนาคต แล้วก็เขาคนนั้นกลับมาเพื่อภารกิจเพื่อยั้งกระทำการอดัมที่กำลังจะมีผลเสียและก็เป็นหายนะของมวลมนุษยชาติในวันข้างหน้า ดูหนังออนไลน์มาใหม่ ก็อย่างที่กล่าวว่านี่เป็นอีกรอบที่เป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส กับ ชอว์น เลวี่ คนที่มากมายด้วยความสามารถพิเศษสำหรับในการประดิษฐ์หนังที่แทรกสอดความขำขันตลกโปกฮาได้อย่างมีอินเนอร์แล้วก็จังหวะที่ดี แล้วก็นี่น่าจะเป็นกลับมาร่วมงานของพวกเขาที่คงจะสม่ำเสมอจาก Free Guy แล้วก็ดูเหมือนกับว่าการทำงานก็ยังคงเข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยม หากว่าความตื่นตาตื่นใจด้วยวิธีพิเศษต่างๆในหนังหัวข้อนี้จะน้อยกว่าเรื่องก่อนไปสักนิดสักหน่อย แม้กระนั้นก็ยังคงความสนุกสนานร่าเริงเอาไว้ได้ หนังได้ตั้งกับพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางผ่านเวลามาเป็นตัวชูโรง ทำให้มีกลิ่นความเป็นหนังคลาสสิกอย่าง “Back to the Future” โชยมาเรื่อยแต่ว่ามันก็ถูกความเจริญและก็พร่ำสอนบทหนังออกมาให้มองน่าดึงดูด แม้ว่าจะยังมีหลายส่วนที่ขาดๆเกินๆและก็ช่องโหว่อยู่เต็มไปหมดก็ตาม แม้กระนั้นก็จำต้องขอบคุณมากสูตรสำเร็จที่ช่วยประคองโทนหนังรวมทั้งอารมณ์ของหนังเอาไว้ได้สม่ำเสมอ

รีวิว In the Wake (2022) ฆาตกรย้อนฆาตกรรม

  9 ปีภายหลังจากเรื่องสึนามิกระหน่ำที่โทโฮปะทุ (ภาคอีสานของประเทศญี่ปุ่น) ได้กำเนิดคดีการฆ่า 2 คดีขึ้นที่เมืองเซนได ในจังหวัดไม่ยากิ โดยเหยื่อจากอีกทั้ง 2 คดีต่างถูกคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นจากมือของคนร้ายผู้เดียวกัน ซึ่งปัจจัยการตายเกิดขึ้นจากการละของกินจนตาย เวลาเดียวกัน ยาสุฮิสะ โทเนะ ผู้ต้องสงสัยในคดีดังที่กล่าวมาแล้วที่เพิ่งจะถูกปล่อยเนื้อปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ได้ก่อเหตุลอบวางเพลิงรวมทั้งปองร้ายเพศชายคนหนึ่งเพื่อปกป้องรักษาผู้ที่เขารู้จัก ทำให้สายลับ เซอิจิโระ โทมาชิโนะ ศึกษาและทำการค้นพบความสัมพันธ์ถึงเหยื่อทั้งคู่ผู้ที่ถูกฆ่าในเมืองเซนได และก็มานะจะตามล่าตัวโทเนะ เนื่องจากว่าเมื่อยิ่งสืบลึกลงไปเขาก็ยิ่งแปลงเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง | เข้าฉาย 24 มี.ค. 2022 (ไทย – ในโรงหนัง) ไฮไลต์ของภาพยนตร์ ดูหนังออนไลน์ 2022 1) กลับหน้ากระดาษสู่เวอร์ชั่นคนแสดงบนจอภาพยนตร์เต็มแบบอย่าง จากนิยายขายดิบขายดีติดอันดับเบสต์ เซลเลอร์นานยาวนานหลายสัปดาห์ “Mamorarenakatta Monotachi e” ของคนเขียนสอบสวนมีชื่อเสียงผู้เซอร์ไพรส์โลกอีกทั้งใบ “ชิจิริ นากายาม่า” จาก Goodbye Debussy รวมทั้ง The Legacy of Dr. Death: Black File ที่จะทำให้ทั้งยังคนชอบดูหนังสือและก็คอภาพยนตร์อัศจรรย์ใจในความยอดเยี่ยมระดับที่น่าดูที่สุดในปีนี้ 2) ไม่ใช่แค่นั้น ความน่าดูอีกอย่างของ “IN THE WAKE คนร้ายย้อนการฆ่าสังหาร” ก็คือเรื่องราวที่ปรับเปลี่ยนมาจากโครงเรื่องจริง ตามคำที่ผู้เขียนนากายาม่าเคยให้สัมภาษณ์ไว้เวลาที่ต้นฉบับนิยายเริ่มวางตลาดได้ไม่นาน โดยเขาได้แรงผลักดันมาจาก 2 เรื่องการฆาตกรรมในเมืองเซนได จังหวัดไม่ยากิ (สถานที่ตามเนื้อเรื่อง) ที่เกิดจากความสามารถของฆาตกรโรคจิต “ไดสุเกะ โมริ” ที่ถูกกล่าวร้ายว่าเขาลงมือฆ่าสตรีไปถึง 10 ชีวิตในปี 2000 และก็ “ยูทาโร่ ซุกาโนะ” ที่ก่อเหตุอาชญากรรมฆ่าเหยื่ออย่างใจร้ายในปี 2013 มาเพิ่มเติมกับเรื่องราวสึนามิกระหน่ำที่โทโฮลุก จนกระทั่งสร้างผลพวงชั่วชีวิตรวมทั้งจิตใจของผู้เจอเหตุมาถึงตอนนี้ แล้วก็แน่ๆว่าถ้าหากหนังเรื่องไหนปะแบรนด์ Based on a true story คำนี้มาทีไร ขนหัวลุกทุกครั้ง ก็แหงล่ะสิ พอเพียงทราบดีว่ามีเค้าเรื่องมาจากข้อเท็จจริง ก็ย่อมทำให้ต้องการมองมากเพิ่มขึ้นเป็นปกติ

ดูหนังใหม่ Belle (2022) เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง

  จำต้องยอมรับตรงๆเลยว่า…แทบไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับหนังอนิเมะประเทศญี่ปุ่น แต่ว่ามองเห็นแค่เพียงว่าเป็นหนังประเด็นนี้ยอดเยี่ยมในหนังแอนิเมชั่นที่ได้รับเสียงสรรเสริญมากมายๆในรอบปีที่ผ่่านมา ทั้งยังถูกวางตำแหน่งเอาไว้ให้ตัวเก็งบนเวทีรางวัลต่างๆแล้วก็ รางวัลออสการ์ อีกด้วย แล้วก็ท้ายที่สุด “Belle” (เจ้าฟ้าหญิงที่เสียงดนตรี) ก็ได้โอกาสลงโรงฉายในประเทศไทย แล้วก็เมื่อได้มาพิสูจน์กับตาแล้วก็หูของตนเอง ก็พบว่าหนังอนิเมะประเด็นนี้…ว้าวจริงๆ Belle เจ้าฟ้าหญิงที่เสียงดนตรี เกิดเรื่องราวของนักเรียนผู้หญิงชั้นม. ปลายที่ชื่อว่า สึสึ คุณอาศัยอยู่ที่ที่พักชานเมืองกับบิดา ที่เมื่อเจริญมาคุณก็ไม่ค่อยจะสนิทกับบิดาสักเท่าไหร่นัก สึสึได้ไม่เหมือนกันกับวัยเด็กอย่างมาก ด้วยเหตุว่าจุดแปลงสำคัญที่ทำให้คุณดำเนินชีวิตเสมือนหลบเงาตนเองอยู่เป็นประจำ ดูหนังออนไลน์มาใหม่ จวบจนกระทั่งคุณได้ทราบจะรวมทั้งพาตัวเอาไปสู่ U โลกเหมือนจริงที่เป็นโซเซียลมีชื่อเสียงที่นิยมไปทั่วทั้งโลก อีกตัวตนของคุณในโลกอินเตอร์เน็ตที่ชื่อว่า “เบลล์” ได้กระทำปลดล็อกตนเองข้างในเงาเสียงและก็ไม่เสียงร้องที่ทำให้คนทั้งโลกจะต้องคลั่งไคล้ในน้ำเสียงของคุณ… นี่เป็นผลงานชิ้นใหม่ปัจจุบันของผู้กำกับมีชื่อเสียง “มาโมรุ โฮโซดะ” (จาก The Boy and the Beast หรือ Summer Wars) ที่คงจะจำเป็นต้องสารภาพว่า…แทบจะไม่เคยได้โอกาสได้มองผลงานของเขาเลย แต่ก็เคยเสพผลงานของผู้กำกับรายนี้เพียงแต่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ Mirai หนังอนิเมะเรื่องก่อนหน้าที่ผ่านมา (ที่คุณสามารถเช่าดูถึงที่กะไว้ทรูไอดีด้วยนะ) ยังคงจำเอกลักษณ์–ลายเส้นรวมทั้งการเล่าเรื่องสไตล์ของเขาค่อยข้างเจริญ

วิจารณ์หนัง Memoria (2022) เมมโมเรีย

  ฟีดแบกผู้ชมหนัง Memoria เมมโมเรีย – ได้เวลาลงโรงฉายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สำหรับผลงานชิ้นปัจจุบันของผู้กำกับคนไทยที่สร้างตำนานไปทั้งโลกอย่าง “เจ้ย-อภิชาติเหล่ากอ วีระเศรษฐกุล” ที่ได้นำเอา “Memoria” หนังเรื่องแรกที่เหวี่ยงหนีจากเรื่องราวไทยๆสู่มุมมองอีกฟากโลกถึงโคลอมเบีย ที่เปลี่ยนมาเป็นความเสร็จอย่างล้นหลามอีกรอบ นับจากเปิดตัวถ่ายทอดที่เทศกาลเมืองคานส์ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเมื่อวานนี้ (24 เดือนกุมภาพันธ์) Common Move ในฐานะผู้เป็นครอบครองสิทธิ์หนังสำหรับเพื่อการจำหน่ายออกฉายในประเทศไทย ได้เวลาจัดงานรอบพรีเมียร์แล้วก็รอบสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกของเมืองในโรงหนังเอสเอฟเวิลด์ซินีม่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โดยมีเซอร์ไพรส์เป็นการแสดงตัวเป็นๆของผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติตระกูล พร้อมด้วยผู้แสดงนำฝ่าย “ทิลด้า สเวนตัน” ที่เดินทางมาร่วมงานรอบแรกหนังหนแรกในประเทศไทยอย่างน่าประทับใจ สำหรับกระแสตอบรับของหนัง Memoria ในกลุ่มคนชอบดูหนังคนประเทศไทยกรุ๊ปแรกนั้น หลายเสียงต่างยกย่องแนวความคิดแล้วก็การนำเสนอของหนัง ถึงแม้ว่าตัวหนังจะค่อนข้างจะมองยากและก็รู้เรื่องเรื่องต่างๆในหนังมิได้ทั้งผองก็ตาม แต่ว่าความสวยแล้วก็ประณีตบรรจงในเนื้อหาต่างๆในหนังประเด็นนี้ต่างทำให้ผู้ชมเผลอไผลรวมทั้งแปลงเป็นหนังเจ้ยที่เข้าถึงได้ง่ายดายกว่าผลงานชิ้นก่อนๆของเขา Memoria เสียง ‘ปัง!’ กำลังเดินทางมา เสียงนั้นดังกระหึ่ม แม้กระนั้นมันไม่ใช่เสียงระเบิดจากด้านนอก ถ้าเกิดแม้กระนั้นอยู่ในหัวของ ‘เจสสิกา’ เพียงผู้เดียว มันก่อกวนกระทั่งคุณนอนไม่หลับ คุณก็เลยเดินทางผ่านทิวทัศน์อันสวยของโคลัมเบียเพื่อค้นหาว่าเสียงที่ดังก้องกังวาลในหัวคุณมีต้นตอมาจากอะไรกันแน่ ดูหนังออนไลน์มาใหม่ ภายหลังที่ส่งผลงานเด่นอีกรอบในเทศกาลหนังเมืองคานส์ก่อนหน้านี้ “Memoria” ผลงานหนังเรื่องปัจจุบันของผู้กำกับคนประเทศไทย “เจ้ย-อภิชาติวงศ์วาน วีระเศรษฐกุล” ก็จัดแจงจะก้าวไปไกลอีกขั้น เพราะว่าดูราวกับว่าหนังได้ถูกรับเลือกให้เป็นผู้แทนไปเข้าชิงรางวัลออสกร์ 2022 ในสาขาภาพยนตร์เมืองนอกดีเยี่ยมที่สุด ที่จะจัดขึ้นในตอนต้นปีต่อไปนี้ เพจเฟซุบ๊ก Kick The Machine บริษัทโปรดักชั่นของ เจ้ย อภิชาติพงศ์พันธุ์ ได้ประกาศแจ้งว่า Memoria หนังเรื่องปัจจุบันของเจ้ย ได้รับการเลือกเฟ้นเป็นหนังผู้แทนของประเทศโคลอมเบีย เพื่อส่งเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ต่างชาติเยี่ยมยอด ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ 2022 ซึ่งนับว่าหนังเข้ามาตรฐานที่จะสามารถเป็นผู้แทนส่งเข้าแข่งขันได้ เพราะหนังกำลังจะลงโรงออกฉายที่โคลอมเบีย ในวันที่ 30 ก.ย.นี้

รีวิว The Worst Person in the World (2022) หัวใจไม่สงบอยากจบที่เธอ

  และนี่เป็นหนังโรแมนติกที่มาแรงแซงโค้งมากมายๆตั้งแต่แมื่อเปิดตัวตามเทศกาลหนังต่างๆเมื่อปีที่ผ่านมา และก็ยังมาร้อนแรงอีกรอบเมื่อเร็วๆนี้กับการต่อว่าดโผเข้าชิงรางวัลออสการ์ 2022 ได้แบบพลิกล็อกไปถึง 2 สาขา รวมทั้งนี่เป็น “The Worst Person in the World” (หัวใจไม่สงบต้องการจบที่คุณ) หนังดังจากประเทศนอร์เวย์ที่ปรากฏว่าเปลี่ยนเป็นหนังที่หลบความแหลมคมคายเอาไว้ได้คมคายแล้วก็สมคำร่ำลือเป็นอย่างยิ่ง The Worst Person in the World หัวใจไม่สงบต้องการจบที่คุณ เกิดเรื่องราวของ จูลี่ นักศึกษาแพทย์ที่ยังตกลงใจกับอนาคตของตนมิได้ และก็จะต้องเจอกับเรื่องที่ทำให้หัวใจไม่สงบ เมื่อคุณจำต้องเลือกระหว่าง แอคเซล ชายหนุ่มแก่กว่า ที่เป็นคนวาดการ์ตูนมีชื่อเสียงสุดโก้เก๋ กับ อีวิน ชายหนุ่มน่ารักน่าเอ็นดูสุดซอฟต์ ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วในคราวนี้หัวใจของคุณจะเลือกสงบและก็จบคงที่คนไหนกัน หนังหัวข้อนี้ได้ผลงานของผู้กำกับมีชื่อเสียงชาวประเทศนอร์เวย์ “โจอาคิม เทรียร์” ที่เคยแจ้งมีเหตุมาจากหนังสายเทศกาล “Oslo, August 31st” รวมทั้ง “Louder Than Bombs” ที่เขายังคงรับหน้าที่บ่มนิสัยร่วมเขียนบทหนังหัวข้อนี้กับ “เอสคิล โม้กท์” คู่คิดคนเขียนบทสถานที่ทำงานกับเขามาตั้งแต่หนังเรื่องแรกในแวดวง แล้วก็คราวนี้พวกเขามากับบทหนังที่ตั้งกับพื้นฐานเอาไว้ด้วยความเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ แม้กระนั้นตั้งใจแล้วก็ใส่เนื้อหาที่แยบยลในบทหนังได้อย่างเด็ดขาด แน่ๆว่าการที่ The Worst Person in the World ได้ติดโผเข้าชิงรางวัลสาขาบทภาพยนตร์เริ่มแรกเยี่ยมบนเวทีออสการ์ปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องฟลุ๊คๆเนื่องจากเมื่อทดลองไปสัมผัสมองรายละเอียดรวมทั้งเนื้อในแท้ๆของหนังประเด็นนี้แล้ว ก็นับได้ว่าเป็นหนังที่มีส่วนประกอบและก็ความสามารถของบทภาพยนตร์ที่ค่อนข้างจะเพอร์เฟ็ค แม้ว่าจะมีแก่นเป็นหนังรักเบาๆแต่ว่าบทหนังก็เต็มไปด้วยความมั่นคงสำหรับในการให้รายละเอียดตลอดทั้งเรื่อง